Gettawa
Moderator
Hero Member สมาชิกระดับวีรบุรุษ
   
การ์ม่า: 0
ออฟไลน์
กระทู้: 897
|
 |
« เมื่อ: 23 มกราคม 2010, 17:58:16 PM » |
|
ขับซีตรองตะลุยลาวเหนือ 31 ธันวาคม 2009 - 4 มกราคม 2010
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มกราคม 2010, 19:18:08 PM โดย Gettawa »
|
บันทึกการเข้า
|
ชีวิตคือการเดินทาง...
|
|
|
Gettawa
Moderator
Hero Member สมาชิกระดับวีรบุรุษ
   
การ์ม่า: 0
ออฟไลน์
กระทู้: 897
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 มกราคม 2010, 18:08:55 PM » |
|
ได้รับข่าวสารและเห็นความคึกคักของลาวในช่วงเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์เป็นครั้งแรก (8-19 ธันวาคม 2552)ทำให้อยากไปสัมผัสบ้านเมืองประเทศเพื่อนบ้านของไทยเรารายนี้กะตาตนเอง ซักครั้ง โอกาสมาถึงในช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เมื่อสมาชิกชุมชนออนไลน์ "ชมรมซีตรองแห่งประเทศไทย" จัดทริปตะลอนลาวด้วยซีตรองขึ้น ตัวดิฉันเองใช้รถซีตรองซองเทียอยู่ก็เลยใช้สิทธิ์เกาะติดร่วมคณะไปตะลอนลาว ด้วยเลย
ซีตรองตะลอนลาวทริปนี้ เป็นโปรแกรมขับรถเที่ยวลาวที่มีเป้าหมายแวะจุดท่องเที่ยวและเมืองสำคัญของ ลาว 3 แห่งคือ หลวงพระบาง วังเวียง และเวียงจันทน์ โดยกำหนดรวมพลกันที่จังหวัดหนองคายในเช้าวันที่ 31 ธันวาคม 2552 แล้วทำเรื่องขับรถผ่านแดนเข้าไปยังลาว เป้าหมายค้างคืนวันแรกที่วังเวียง ดินแดนแห่งธรรมชาติสวยบริสุทธิ์ที่มีคนเปรียบเทียบไว้ว่าเหมือนกับ "ปาย" ของไทย คืนที่สองไปนอนพักกันที่หลวงพระบาง เมืองมรดกวัฒนธรรมของลาวเหนือ จากนั้นย้อนกลับมาพักที่วังเวียงอีกหนึ่งคืน ก่อนมุ่งหน้าสู่เวียงจันทน์ นครหลวงของลาว แล้วเดินทางกลับไทยในวันที่ 4 มกราคม 2553
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มกราคม 2010, 18:54:17 PM โดย Gettawa »
|
บันทึกการเข้า
|
ชีวิตคือการเดินทาง...
|
|
|
Gettawa
Moderator
Hero Member สมาชิกระดับวีรบุรุษ
   
การ์ม่า: 0
ออฟไลน์
กระทู้: 897
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 มกราคม 2010, 18:51:31 PM » |
|
ถึงแม้เวลาจะน้อยไปหน่อยสำหรับการขับรถท่องเที่ยวครั้งนี้ แต่ก็ได้เห็นภาพชีวิต สังคมและความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวลาวในหลายมิติ บางช่วงเหมือนกับการย้อนเวลากลับสู่อดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนในดินแดนล้านนา และประเทศไทย ความคล้ายคลึงของศิลปวัฒนธรรม การแต่งกาย ภาษาพูดของคนหลวงพระบาง ทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเชียงใหม่ ขณะที่การแต่งกาย ขนบธรรมเนียม ความเป็นมิตรของชนเผ่าบนเขาสูงก็คุ้นตาคุ้นใจเหมือนๆกันกับสิ่งที่เคยมีเคย เป็นของชุมชนชาวเขาเผ่าต่างๆ ในภาคเหนือ ก่อนที่การพัฒนาและระบบทุนจะดูดพวกเขาเข้ามาเป็นฟันเฟืองหนึ่งของขบวนการ ท่องเที่ยวที่เฟื่องฟูจนกลายเป็นกลไกหลักอันดับต้นๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ชีวิตคือการเดินทาง...
|
|
|
Gettawa
Moderator
Hero Member สมาชิกระดับวีรบุรุษ
   
การ์ม่า: 0
ออฟไลน์
กระทู้: 897
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 มกราคม 2010, 18:59:52 PM » |
|
ใน 3 จุดที่แวะพักท่องเที่ยว วังเวียงคือดินแดนที่กำลังอยู่ท่ามกลางกระแสเปลี่ยนแปลงที่เชี่ยวกรากที่สุด ความเป็นธรรมชาติของวังเวียงกำลังถูกคุกคามด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของ นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลไปยังสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งได้ฉายาว่า "กุ้ยหลินเมืองลาว" แห่งนี้ เนื่องจากเป็นแห่งท่องเที่ยวที่อยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ ไปเพียง 154 กิโลเมตร ไปมาสะดวกด้วยทางหลวงหมายเลข 13 เหนือ นอกจากนี้วังเวียงยังแวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ตัวเมืองวังเวียงนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง มีเทือกเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาตั้งเรียงรายเป็นฉากหลัง ความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยประมาณ 1,000 เมตร มีทั้งป่าไม้ หาดทราย และลำธารที่ใสเย็น
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ชีวิตคือการเดินทาง...
|
|
|
Gettawa
Moderator
Hero Member สมาชิกระดับวีรบุรุษ
   
การ์ม่า: 0
ออฟไลน์
กระทู้: 897
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: 23 มกราคม 2010, 19:03:24 PM » |
|
มีเกร็ดตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับวังเวียงไว้ว่า ในสมัยก่อน วังเวียง นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เวียงคำเพราะ เป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไผ่สีเหลืองทอง ที่ขึ้นหนาแน่น เป็นเสมือนกำแพงธรรมชาติ ป้องกันข้าศึกศัตรู มิให้เข้าโจมตี ทำลายเมืองได้ง่ายๆ และ มีเจ้าชีวิต (เจ้าเมือง) คนหนึ่งครองเมืองเป็นอิสระอยู่ ต่อมาเมื่อเจ้าฟ้างุ้มวีรกษัตริย์ชาวลาวผู้กอบกู้ 3 อาณาจักรอันได้แก่ หลวงพระบาง อาณาจักรล้านช้าง-นครหลวงเวียงจันท์ และอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก มาเป็นอาณาจักรเดียว ได้ยกกองทัพมาตีเมืองเวียงคำ แต่ก็ไม่สามารถโจมตียึดเมืองได้ พระองค์จึงใช้กลอุบายเอาเพชรพลอยเงินทองมาติดหัวธนู แล้วยิงใส่กอไผ่ที่ล้อมเมืองนั้น เพื่อให้คนเข้าใจว่า มีเงินมีทองมีคำอยู่ที่นั่น จากนั้น พระองค์ก็ถอยทัพกลับไปตั้งทัพอยู่ที่นครเวียงจันทน์ ทางฝ่ายชาวเมืองเวียงคำออกมาดูเมื่อเห็นว่ามีเงินมีทองคำอยู่ในกอไผ่ ก็พากันตัดต้นไผ่เพื่อจะเอาทอง เอาเงินที่อยู่ในกอไผ่นั้นไปเป็นของตน หลังจากนั้น 2-3 เดือนเจ้าฟ้างุ้มก็บุกมาอีกครั้ง ครานี้เมืองเวียงคำไม่มีป่าไผ่เป็นป้อมปราการธรรมชาติปกปักรักษาเมืองอีก เจ้าฟ้างุ้มจึงตีเมืองและได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองวังเวียง ส่วนกอไผ่ก็ถูกนำมารวมกองแล้วเผาตรงริมแม่น้ำ ท่ามกลางสายตาฝูงชนที่มาเฝ้ามองดูอยู่ จนกลายเป็นที่มาของชื่อแม่น้ำซอง ขณะอีกตำนานหนึ่งเกี่ยวกับชื่อแม่น้ำซอง ระบุว่า ลำน้ำสายนี้สมัยก่อนมีชื่อเรียกกันว่าห้วยสีดา ที่เปลี่ยนเป็นแม่น้ำซองก็เนื่องจากว่าแม่น้ำสายนี้ได้นำศพของพระยาเภาซึ่ง เป็นเจ้าเมืองไผ่หนาม หรือเวียงจันทร์สมัยก่อน ล่องกลับไปยังหลวงพระบาง ชาวบ้านมาเฝ้ามองดูขบวนแห่เต็มสองฝั่งแม่น้ำ จึงเรียกแม่น้ำนี้ใหม่ว่าแม่น้ำซอง เพราะคำว่าซองแปลว่า"มอง" นั่นเอง
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ชีวิตคือการเดินทาง...
|
|
|
Gettawa
Moderator
Hero Member สมาชิกระดับวีรบุรุษ
   
การ์ม่า: 0
ออฟไลน์
กระทู้: 897
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: 23 มกราคม 2010, 19:08:07 PM » |
|
คนที่ไปเยือนวังเวียงวันนี้ ไม่ได้เห็นปราการต้นไผ่แล้ว แต่จะได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากจะมีกิจกรรมล่องเรือชมสองฝั่งแม่น้ำซอง ปีนเขาแล้ว ก็ยังสามารถเข้าเยี่ยมชมถ้ำต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย อาทิ ถ้ำจัง ถ้ำปูคำ ถ้ำลากูน ถ้ำนอน ฯลฯ และยังจะได้เห็นการเติบโตของเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีตึกอาคารโรงแรมที่พักสูง 4-5 ชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาราโอเกะ บาร์คลับ รวมทั้ง นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินกันขวักไขว่ ชาวบ้านที่นั้นบอกว่า นักท่องเที่ยวที่มาวังเวียงเติบโตเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ขณะที่ภาพรวมนั้น รัฐบาลลาวตั้งเป้าว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน ประเทศ (จีดีพี) ของลาว โตไม่ต่ำกว่า 8% ในปี 2552
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ชีวิตคือการเดินทาง...
|
|
|
Gettawa
Moderator
Hero Member สมาชิกระดับวีรบุรุษ
   
การ์ม่า: 0
ออฟไลน์
กระทู้: 897
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: 23 มกราคม 2010, 19:12:58 PM » |
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ชีวิตคือการเดินทาง...
|
|
|
miatang33
Newbie หน้าใหม่
การ์ม่า: 0
ออฟไลน์
กระทู้: 31
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: 22 กันยายน 2011, 14:44:13 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|